ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม
รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า Blogger : ห้องเรียนครูบ๋อม

ค้น "ห้องเรียนครูบ๋อม"

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ความว่างเปล่า

              ฉันตกใจแทนสิ้นสติเมื่อเห็นเขาถูกยิงไปต่อหน้าต่อตา เขาพยายามเบิกตาให้กว้างขึ้นเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อมองผืนดินที่เต็มไปด้วยความตาย ความหายนะ และความสับสนวุ่นวายเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาของเขา ลุกโพลง แววตาของเขาส่อแสดงถึงความเจ็บปวด ทรมานอย่างแสนสาหัส เขากัดฟันต่อสู้กับความตายที่รออยู่ ตรงหน้า เลือดของเขาไหลรินออกมาทีละน้อย ทีละน้อย... “ดูแลน้องสาวของเรา” ประโยคสุดท้ายในชีวิตของเขา ได้เปล่งออกมาด้วยเสียงอันอ่อนแรงที่จะต่อสู้ต่อไป เสียงของเขาได้เงียบกริบลง ท่ามกลางความอลหม่านของ ผู้คน ที่กำลังโหยหาความสงบสุข ซึ่งมันจะไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว
              สายลมแห่งปีศาจร้ายโหมกระหน่ำ ตรงมายังถนนชีวิตแห่งนี้ มันเกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เรา อาศัยอยู่ ซึ่งกำลังถูกรุกรานโดยประเทศเพื่อนบ้านที่เคยติดต่อค้าขายกันมา ทั้งนี้ก็เพื่อแย่งชิงผืนดินอันเป็น บ้านเกิดเมืองนอน ที่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของพวกเรา จนกลายเป็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์ไปในที่สุด “หนีเร็วพวกนั้นมาแล้ว ไอ้ฆาตรกรมาแล้ว” โมสตะโกนอย่างแค้นใจ พลางฉุดฉันออกจากร่างอันไร้วิญญาณ โดยไม่รั้งรอ “ไม่ฉันไม่ไป ฉันจะอยู่กับเขา ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่ชายของฉันอยู่ที่นี่หรอก ปล่อยฉัน ปล่อยนะ ปล่อย เขายังไม่ตาย” ฉันโกหกกับตัวเองทั้ง ๆ ที่รู้ความจริง และพยายามสะบัดตัวออกจากมือของโมสให้จงได้ แต่เปล่าเลยฉันไม่สามารถทำได้ เขาพยายามที่จะพาฉันไปเสียจากผืนดินอันแห้งแล้ง ไร้ความปราณีในจิตใจมนุษย์
              เขาพาฉันหนีออกจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยคราบเลือด เรากำลังมุ่งหน้าไปยังที่ที่ผู้คนจำนวนมากกำลัง ซุกตัวอยู่ภายใต้ไออุ่นของพื้นดินอย่างผาสุข มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชีวิต ฉันรู้สึกอิจฉา พวกเขาจริง ๆ ที่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นฉัน ในการดำรงชีวิตอยู่เช่นนี้ พวกเขาดูช่างแตกต่างไปจากฉันใน ตอนนี้ซะเหลือเกิน สักวันฉันคงจะเป็นอย่างพวกเขา เมื่อได้ตายไปจากโลกนี้ แต่...ไม่ใช่ตอนนี้
              ทันใดนั้นฉันได้ยินเสียงของโมสดังขึ้น ทำให้ฉันกลับมาสู่โลกของความเป็นจริงอีกครั้ง “คิดอะไรอยู่เหรอ” เขาถามฉันอย่างเป็นห่วง “ฉันกำลังคิดว่า...ถ้าหากฉันเป็นเหมือนคนแถวนี้คงจะดีไม่น้อย” ฉันตอบอย่างท้อแท้กับชีวิตพลางถอนใจยาว เพื่อผ่อนคลายความทุกข์ที่สุมอยู่ในใจที่บอบช้ำมานาน “อย่าคิด อย่างนั้นโดยเด็ดขาดนะ ถึงแม้ว่าเราสามคนพี่น้อง จะต้องจากกันอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่เราต้องสู้ต่อไปเพื่อ วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เราต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ในที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย อย่างฉันมีหน้าที่จะ ต้องปกป้องเธอ ส่วนมูสเขาได้ทำหน้าที่ของเขาเสร็จสิ้นแล้ว นอนผ่อนเอาแรงเถอะนะ ระยะทางแห่งชีวิตยัง อีกยาวไกล เกินกว่าจะท้อถอยในวันนี้นะ น้องรัก” เขาลูบศีรษะฉันอย่างเอ็นดู และยิ้มอย่างเศร้า ๆ ฉันสังเกตเห็น น้ำตาของเขาคลออยู่ที่ขอบตาอย่างเห็นได้ชัด
              ในความมืดมิดชีวิตดูมืดมน ในความสุกใสแห่งแสงจันทร์ ณ ยามค่ำคืน จิ้งหรีดเรไรที่เคยขับกล่อม บรรเลงเพลงป่าในท่วงทำนองอันไพเราะก้องกังวานไปทั่ว บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว กลับยินเสียงหวีดหวิวของสายลมดัง มาจากหุบเขาทางทิศใต้ของสุสานแห่งนั้น เสียงวิญญาณโหยหวน แทรกไปทุกอณูของอากาศอันเย็นยะเยือก ประหนึ่งว่า... เขาเหล่านั้นกำลังจัดงานรื่นเริงต้องรับน้องใหม่ที่เดินทางมาจากสมรภูมิแห่งชีวิตในวันนี้ เมื่อฉันหลับตาลงมักจะมองเห็นแววตาที่แสดงความเจ็บปวดของพี่ชายคนโตทุกครั้ง มันจะเป็นภาพที่ติดตราตรึง ฝั่งอยู่ในจิตใต้สำนึกของฉันตลอดไป พร้อมเสียงกรีดร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือจากผู้คน ช่างเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้ายซะจริง ๆ และคงจะไม่มีสิ่งใดสามารถลบล้างความทรงจำนี้ออกไปได้ ไม่มีวัน เรายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพุ่มหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้น ซึ่งเป็นที่หลบภัยที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุด เสียงใบไม้ ใบหญ้าดังกรอบแกรบไปมา “แกรก” เสียงคล้ายโลหะตกกระทบของแข็ง มีเสียงของใครคนหนึ่ง กล่าวด้วยเสียง อันนุ่มนวล “มิสน้องรัก” เสียงนั้นพูดติดต่อกันหลายครั้งไม่ยอมหยุด “เสียงใครน่ะ...คุ้น ๆ” โมสกระซิบถามฉัน ด้วยความตกใจ “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกโมส มันเป็นนาฬิกาพกที่มูส...สั่งทำเป็นพิเศษ ในวันปีใหม่ที่ผ่านมานี้เอง ฉันตอบพร้อมกับปิดนาฬิกา มันเป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่คอยปลอบประโลมใจในยามท้อ ทำให้มีกำลังใจที่จะ ต่อสู้ต่อไปเพิ่มขึ้นทวีคูณ มูสและโมสเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน เขาทั้งสองคอยปกป้องดูแล เป็นห่วง เป็นใยฉันตลอดมา มูสเขาตายเพราะฉันแท้ ๆ เขาโผเข้ามารับความตายแทนฉัน โดยที่ฉันไม่ต้องการให้เป็น เช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย น้ำตาแห่งความเสียใจได้ไหลพรากร่วงหล่นลงบนพรมหญ้าที่เหี่ยวแห้งไร้คนดูแล โมส เหน็ดเหนื่อยในการต่อสู้กับความโหดร้ายของสงครามแห่งชีวิตมาทั้งวัน เปลือกตาสีเนื้อขลิบกับขนตาอันดำงอน ของเขาได้ปิดลงเพื่อรอการกลับมาของแสงสว่างแห่งความหวังที่กำลังจะมาถึง
              ภายในท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดวงเดือนและดวงดาว ร่างอันไร้วิญญาณของมนุษย์ที่เต็มไปด้วย กิเลศทั้งหลาย ได้ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งล่องลอยไปตามสายลมที่นำทางไปสู่เส้นทางของความสงบ ประกอบกับเสียงเพรียกเอื่อยฉิวของสายลมบนยอดไม้และซากปรักหักพัง ที่ถูกสร้างขึ้นและทำลายโดยมนุษย์
              “มิส” ฉันลืมตามองโลกใบนี้อีกครั้งในวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังเพียงเล็กน้อย “หนีเร็ว ไอ้พวก ฆาตรกรมาแล้ว” ฉันลุกจากพื้นหญ้าอย่างรีบเร่ง แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของสุสานเพื่อเดินทางข้ามทะเลไปยังเกาะแห่งหนึ่ง ไปให้พ้นจากความโหดร้ายต่าง ๆ
              ตอนเป็นเด็กโมสเขาชอบเดินทางในทะเลเป็นที่สุด และเราสามคนพี่น้องเคยพายเรือออกไปหาปลาที่ กลางทะเลด้วยกัน ในตอนนั้นเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เราสามคนมีความสุขด้วยกัน
              ฉันได้แต่ภาวนาว่าเรือลำนั้น มันจะยังคงรอการกลับมาของเราในวันนี้ แต่...การกลับมาของเราในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเราขาดอะไรไปบางอย่าง ไม่ใช่เบ็ดตกปลา ไม่ใช่ความสนุกสนาน แต่เป็น...มูส ไม่มีมูส ไม่มีเขา อีกแล้ว ไม่มีแม้แต่เงา ไม่มีเลย “นั่นไงมิส ถึงชายหาดแล้วเร็วเข้าเถอะ” โมสพูดด้วยความดีใจ ราวกับว่าเขากำลัง จะรอดพ้นขุมนรกที่ลึกที่สุดไม่มีผิด “นั่นไงเรือ” ฉันยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือลำนั้นได้ดี มูสเป็นคนพาย โมสและฉันเป็นคนตกปลา มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ราวกับว่าตอนนี้ฉันกำลังตกอยู่ในฝันร้าย ถ้าเป็น ฝันร้ายจริง ตอนนี้ฉันอยากจะตื่นแล้ว ไม่อยากฝันร้ายอย่างนี้อีกต่อไป “มิสขึ้นเรือเร็ว” ฉันนั่งตรงกลางของเรือ ส่วนด้านหลังเคยเป็นที่นั่งของมูสมาก่อน ตอนนี้โมสกำลังเข็ญเรือออกจากชายหาดอย่างไม่คิดชีวิต พอไปได้ ระยะหนึ่ง เขาจึงปีนขึ้นไปนั่งทางด้านหลัง เขาพายเรือไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงกลางทะเล
              “โป้ง โป้ง...” เสียงกระสุนของเพชรฆาตดังกึกก้องไปทั่วท้องทะเลอันเวิ้งว้างแห่งนั้น พลันร่างของโมส ฟุบลงที่ด้านหลังของฉัน มือของเขายังคงกำพายไว้แน่น ฉัน...ฉันต้องตกตะลึกกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า แววตา ของโมสไม่ต่างอะไรกับมูสในตอนนั้น “หมอบลงมิส” โมสส่งพายให้ฉันแล้วบอกว่า “ พี่อยากอยู่กับท้องทะเล ตลอดไป ถ้าพี่ตายแล้วขอให้น้องนำร่างของร่างฝั่งไว้ในทะเลน่ะ” เขาค่อย ๆ หายใจช้าลง ช้าลง ในที่สุด... ฉันต้องแปลกใจกับตัวเอง เมื่อไม่มีน้ำตาที่จะไหลออกมาแม้เพียงหยดเดียว คงเป็นเพราะฉันได้ชินชากับความตาย แล้วกระมัง คลื่นน้ำไหลเป็นระลอกกระทบท้องเรือ แสงเงินแสงทองระยิบระยับอยู่บนพื้นน้ำดูช่างงามตา “โครม” เสียงร่างของโมสกระทบกับผิวน้ำ ฉันได้ทำตามความต้องการของโมสเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
              ฉันล่องเรืออยู่กลางทะเลเป็นเวลาสองวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ ต้องดื่มน้ำทะเลประทังชีวิตให้รอดตายไปวัน ๆ เฝ้าดูนาฬิกา ฟังเสียงของมูส เพื่อเตือนสติที่จะอยู่ต่อไป “มิสซ่า น้องรัก ๆ ...” เฝ้านับเดือนดาวทำการสังหาร กาลเวลาให้ผ่านไปในแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาที...
              รุ่งขึ้นของวันใหม่ ฝูงนกแห่งท้องทะเลออกบินหาอาหารตามปกติ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังกังวานขับขาน ไปทั่ว “ใช่แล้วต้องมีแผ่นดินแน่ ๆ ใช่แล้ว ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ แต่มูส...โมส...” ฉันพยายามพายเรือไป จนถึงฝั่ง ด้วยเรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ สิ่งแรกที่ฉันทำคือออกเดินทางไปเสาะหาอาหารสักอย่างหนึ่ง... แต่ทุกอย่างก็ดูมืดมิดไปหมด
              เมื่อฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองนอนอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง “ฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็น อะไรไป” ฉันได้แต่ตั้งคำถามกับตนเองในใจ “แก๊ก” เสียงประตูที่ทำจากไม้เก่า ๆ เปิดออก แสงจากดวงอาทิตย์ ยามสายเล็ดลอดเข้ามาตามช่องว่างของร่างอันดำทะมึน จนทำให้ฉันกลัวและถอยตัวไปจนสุดมุมกระท่อม “ปัง” ความอึมครึมได้กล้ำกลายเข้ามาอีกครั้งเมื่อร่างนั้นปิดประตูอย่างแรง เขาเดินตรงเข้ามาหาฉันในท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ พร้อมกับพูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “อย่ากลัวข้าเลย ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก หิวหรือยัง นี้ข้าวต้มร้อน ๆ กินซะซิ” เขาใกล้เข้ามาแล้วสิ่งบางสิ่งบางอย่างให้กับฉัน กลิ่นของมันช่างหอมฉุยชวนรับประทานเสียจริง ฉันรับมาโดย มิรอช้าและกินอย่างรวดเร็วด้วยหิว เขาจ้องมองฉันโดยไม่ละสายตา ในลำคอของเขากลืนน้ำลายครั้งแล้วครั้งเล่า จนมองเห็นลูกระเดือกขยับเลื่อนขึ้นเลื่อนลง “ค่อย ๆ ทานก็ได้แม่หนู ยังมีอีกเยอะเอาอีกชามนะ” เมื่อได้ยิน ประโยคนี้แล้ว ฉันรู้สึกว่ากระเพาะของฉันเริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนจะจุกที่ลำคอ ฉันรู้สึกว่าการสวาปามครั้งนี้สมควร แก่กาลเวลาแล้ว “อิ่มแล้วหรือ” ชายชราถามด้วยเสียงแหบแห้ง “ขอบพระคุณท่านมา ที่ได้ช่วยชีวิตของข้าไว้” ฉันเริ่มเปลี่ยนความกลัวกลายเป็นความอ่อนน้อม “ข้าวต้มของท่านอร่อยมากเลย ข้าไม่เคยกินข้าวต้มรสชาติ แบบนี้มาก่อนเลย ไม่ทราบว่าท่านใส่เนื้ออะไรหรือท่าน” ชายชรายิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบว่า “ข้าบอกเจ้าไม่ได้ดอก มันเป็นความลับ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรน่ะ และมาจากไหน ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี้” ฉันได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ ชายชราฟัง จากนั้นชายชราก็เล่าว่า “ชีวิตของเจ้าคงได้พบความโหดร้ายมามากแล้วซิน่ะ ข้าก็เช่นกัน เมื่อสองปี ก่อนข้าก็ได้เดินทางมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ข้าหวังว่าจะใช้ชีวิตบั้นปลายบนเกาะแห่งนี้ แต่แล้วเหตุการณ์กลับเปลี่ยนไป ทำให้ความหวังของข้าหมดสิ้นไป เพราะพืชพันธุ์อาหารเริ่มขาดแคลน เกิดความแห้งแล้งบนพื้นดิน มันเหมือน เสาค่ำเกาะเริ่มโครงเครง ใจคนเริ่มคลอนแคลน ความสับสนวุ่นวายได้ย่างกรายเข้ามา จนเกิดสงครามแย่งชิงปัจจัย ในการดำรงชีวิต ช่างเหอะ! ผ่านมาผ่านไปเหมือนลมพัด ผ่านแล้วผ่านเลยเหมือนใบร่วง ไม่มีใครสามารถเอาชนะ กาลเวลาได้ มันคือกระจกของอดีตที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด และความน่าสะพรึงกลัว และที่ข้ามีชีวิตอยู่ได้ ทุกวันนี้ก็เพราะเศษซากของสงครามดังกล่าว” ฉันไม่ค่อยเข้าใจที่เขาพูดในตอนท้ายเท่าใดนัก แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่า คำพูดของเขาน่าสะพรึงกลัว “ข้าเศร้าใจในโชคชะตาของเขากับเจ้าเสียจริง ๆ เจ้าไม่น่ามา ณ ที่แห่งนี้เลย เจ้าอาจต้องพบโชคชะตาเช่นเดียวกับข้าและคนอื่น ๆ ก็อาจเป็นได้ คำทำนายใกล้จะเป็นจริงแล้ว เขาพูดพลาง หัวเราะพลาง “คำทำนายอะไรหรือ” เสียงหัวเราะของเขาชะงักลงอย่างทันควัน แล้วเขาก็รีบเดินออกไป “ปัง” เสียงปิดประตูด้วยความโกรธจนกระท่อมไม้ไผ่หลังนั้นสั่นไหว
              แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ณ ยามโพล้เพล้ ท้องฟ้าระบายไปด้วยชาดแห่งแสงประหนึ่งบอกใบ้ว่าความหายนะ กำลังคืบคลานเข้ามา ผู้คนจำนวนมากกำลังเดินขวักไขว้ไปมาอยู่ในตัวเกาะ ได้เคลื่อนตัวออกมา สีหน้าของทุกคน ต่างเคร่งครึม เสียงโห่ร้อง เสียงโอดโอยดังกึกก้องไปทั่วเกาะโดยไม่สนใจกับสิ่งใดอีกต่อไป ทุกคนต่างแก่งแย่ง ฉีกเถือกินเลือดเนื้อของมนุษย์ด้วยกันเอง คำว่าเพื่อนพี่น้องไม่เหมือนไม่เคยมี การดำเนินชีวิตเป็นไปแบบไร้ คุณธรรม ความโกลาหลอลหม่านเกิดขึ้นทั่วเกาะ แม้แต่ในชายป่าบริเวณริมฝั่งทะเล “หึ ๆ ๆ ในที่สุดวันนั้นวันที่ ข้ากลัว วันที่ข้าได้ไม่อยากเห็นความทุกข์ทรมานของผู้คน วันที่ถึงกาลกัลปสาน วันที่คำทำนายเป็นจริง วันนั้นคง จะมาถึงแล้ว” ชายชราเต็มไปด้วยความเฉยเมย และไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าจะมีอะไร เกิดขึ้น ชีวิตของเขาคงผ่านโลกมามาก เขาคงต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างมาอย่างโชกโชน แต่...วันนี้เขาไม่ดิ้นรนหนี หรือต่อสู้ใด ๆ ที่ควรจะกระทำ เขากลับยืนรอแล้วรอเล่ากับความตายที่กำลังจะมาเยือน ฉันได้แต่เฝ้าดูสิ่งที่จะเกิด ขึ้นอยู่ภายในกระท่อมแห่งนั้น ด้วยความกลัว กลัวว่าทุกอย่างมันจะเป็นเหมือนที่ผ่านมา
              พลัน! เกาะนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิดไร้ซึ่งแสงแห่งสุริยันที่เคยสาดส่องในยามเช้าถึงยามเย็น สิ้นแม้ แสงจันทราในยามราตรี เทพแห่งวายุได้นำความน่าสะพรึงกลัวกลับมาเยือน ณ เกาะแห่งนี้อีกครั้ง ต้นไม้เกือบ ทุกต้นโบกมือลาโลกด้วยความอาลัยและคิดถึง แต่...ยังมีต้นไม้อีกบางต้นที่ไม่อยากให้เกาะนี้สูญสลายไปต่าง ยืนทื่อด้วยความตกตะลึงงงงัน และรำพึงในใจว่า “เกิดอะไรขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ในไม่ช้าสายอัสนีบาตฟาด ลงตรงกลางผืนปฐพี ด้วยเสียงอันเกรียวกราด เป็นเหตุให้ผืนปฐพีแตก แยกออกจากกัน เทพแห่งสิงขรโกรธกริ้ว โกรธาจนเปลวเพลิงประทุออกมา หินเหลวอันร้อนระอุหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เทพแห่งนาวาบังเกิด ความเคียดแค้นอย่างหนัก ชีวิตทุกชีวิตต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของชีวิต ชีวิตทุกชีวิตต่างหลบลี้หนีภัย ชีวิตทุกชีวิตต่างกรีดร้องด้วยความทุรนทุราย “ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย ได้โปรด ได้โปรดเถอะ” เมื่อสิ้นประโยค สุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่สรรสร้างโดยมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ธรรมชาติสร้างสูญสิ้นพังทลายไป ชั่วอึดใจเดียว
              ต่อไปนี้เหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่าบนพื้นน้ำ ต่อไปนี้ไม่มีฉัน และเกาะที่เต็มไปด้วยสรรพสิ่งอาศัยอยู่ ต่อไปและต่อไปอีกนานแสนนาน ชั่วนิจนิรันดร์...
ขอขอบพระคุณสำหรับการสมัครเป็นผู้ติดตาม เข้าร่วมเว็บไซต์นี้ และการแสดงความคิดเห็นทุกข้อความ หากเห็นว่ามีข้อมูลใดเป็นประโยชน์ หรือผิดพลาด ไม่ถูกต้อง ก็สามารถเสนอแนะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ ครูบ๋อมยินดีด้วยความเต็มใจค่ะ
เมื่อหมดสิ้นลมหายใจเมื่อใด สิ่งที่คิดค้น เรียนรู้ มิอาจนำพาไปด้วยได้ ที่ทำได้คือ การบันทึก ถ่ายทอด แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ให้แด่ผู้ที่สนใจศึกษา เพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นนี้แล้ว คงไม่เกิดความสูญเปล่าทางความคิด

ประชาสัมพันธ์

เรียน...ครูสายการสอนระดับชั้นประถมศึกษาที่อยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร นครพนม อุดรธานี มุกดาหาร ที่มีความประสงค์จะขอย้ายสับเปลี่ยนในวิชาเอกประถมศึกษาโรงเรียนในแขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร สนใจติดต่อมายัง E - mail : ggpankp@gmail.com จักเป็นพระคุณอย่างสูง

จัด 10 อันดับแรก เรื่องที่ได้รับความนิยมใน 7 วันที่ผ่านมา

หมวดหมู่ (จำนวนเรื่อง)

เรียนคณิตศาสตร์ (75) โปรแกรมครูบ๋อม (56) เกี่ยวกับครูบ๋อม (47) Form/ข้อเสนอแนะ (31) ฝากเผยแพร่บทคัดย่องานวิจัย (30) คำอธิบายรายวิชา (25) ตรีโกณมิติ (22) วลี กลุ่มคำ แผนภาพ (20) การวัดและประเมินผล (16) เทคโนโลยีและนวัตกรรม (16) โจทย์คณิตศาสตร์ (16) ยุทธวิธีการสอนของครูบ๋อม (15) ปพ.5 (.xlsx) (14) สถิติและการวิจัย (14) แผนการจัดการเรียนรู้ (13) ร่วมรณรงค์/เทศกาล (12) ความคิดเห็นของครูบ๋อม (11) วิทยฐานะและการประเมิน (11) SGS (10) ฟังก์ชันลอการิทึม (10) ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล (10) สิ่งที่น่าสนใจ (9) เกษตรกวนตัวอย่าง (แปลก ๆ) (8) การประเมินภายในและภายนอก (7) ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/วัตถุประสงค์ (5) จำนวนเชิงซ้อน (4) SDQ (2) การจัดหมู่ (2) ค32101 (2) ค32201 (2) จำนวนจริง (2) พหุนาม (2) เวกเตอร์ (2) O - Net (1) STAD (1) การสร้าง (1) การเรียงสับเปลี่ยน (1) ความน่าจะเป็น (1) ทศนิยม (1) บันทึกข้อความ (1) ลอการิทึม (1) เลขยกกำลัง (1) เศษส่วน (1) เอกซ์โพเนนเชียล (1) แนะแนวประสาครูบ๋อม (1)

เบื้องหลัง "ห้องเรียนครูบ๋อม"

11/10/2552 : Windows Vista 32 bit, Acer Aspire 2930, Intel(R) Core(TM)2 Duo CPU P7350 2.00 GHz 2.00 GB, Microsoft Office 2007 05/05/2557 ถึงปัจจุบันใช้ Windows10 + Microsoft office2010 + 64 bit Intel(R) Core(TM) i7-4700HQ CPU @ 2.40GHz 2.40 GHz Ram 4.00 GB ASUS N46JV-V3020H

กำหนดเวลาทำงาน