ค้น "ห้องเรียนครูบ๋อม"

กำลังโหลด...

หา t - test กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ที่วัดก่อนการทดลองและหลังการทดลอง

           วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบตัวแปรอิสระภายในกลุ่มด้วย Paired t- test และระหว่างกลุ่มด้วย Independent t-test

           เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดลองและหลังการทดลอง ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้ Paired t-test  (dependent t-test)
           1. ทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มทดลอง
               ตัวอย่างการตั้งสมมติฐานการวิจัย
               กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลองสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดลอง  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิิติที่ระดับ .05
           2. ทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มควบคุม
               ตัวอย่างการตั้งสมมติฐานการวิจัย 
               กลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลองไม่แตกต่างจากคะแนนเฉลี่ยก่อนการทดลอง  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิิติที่ระดับ .05
               
                อย่างไรก็ตามการใช้ Paired t-test เป็นเพียงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูรายละเอียดของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเท่านั้น  โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งสมมมติฐานดังจะกล่าวต่อไป

           เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  โดยใช้ Independent t-test ในรูป Difference-scores  มีสูตรคือ
    • ใช้ในกรณีที่กลุ่มตัวอย่างไม่ได้มาจากการสุ่ม และ/หรือมีขนาดแตกต่างกันมาก
    • เหมาะกับแบบแผนกลุ่มทดลอง – กลุ่มควบคุมได้จากการสุ่ม และมีการสอบก่อนหลัง (Randomized Control – Group Pretest – Posttest Design)
    • เป็นการนำคะแนนก่อนการทดลองกับหลังการทดลองของกลุ่มตัวอย่างแต่ละคนในแต่ละกลุ่ม (กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม)  มาเปรียบเทียบพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายในของแต่ละคน
    • วิธีการนี้จะช่วยลดปัญหาตัวแปรแทรกซ้อนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  โดยเฉพา่ะการมีคุณสมบัติหรือลักษณะที่แตกต่างกัน  เช่น  ความรู้พื้นฐาน  ความสามารถสติปัญญา  ความสนใจ  ความตั้งใจ
           เป็นการทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความแตกต่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มทดลอง (MD1 ในกลุ่มทดลอง) กับคะแนนเฉลี่ยความแตกต่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มควบคุม (MD2 ในกลุ่มควบคุม)
           สมมติฐานการวิจัย
           คะแนนเฉลี่ยความแตกต่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มทดลอง มีค่ามากกว่าคะแนนเฉลี่ยความแตกต่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองในกลุ่มควบคุม (MD1 ในกลุ่มทดลอง มากกว่า MD2 ในกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ข้อสังเกต
           การวิเคราะห์จะใช้คะแนนผลต่างระหว่างก่อนการทดลองกับหลังการทดลองของกลุ่มตัวอย่างแต่ละคนในแต่ละกลุ่ม (กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม) ไม่ใช่การนำคะแนนหลังการทดลองของตัวอย่างแต่ละคนในแต่ละกลุ่ม (กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม) มาเปรียบเทียบกัน
    • แต่ในการทำผลงานทางวิชาการของครูจะใช้เพียง Paired t-test  (dependent t-test)  เท่านั้น  อันนี้ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน  เพราะไม่ใช่ผู้ตรวจ?  ตอนเรียนทำอย่างนี้  แต่พอนำไปใช้จริงทำอีกอย่าง  ไม่เข้าใจ?

หนังสือเล่มเล็ก, mini-book, Lapbook,Notebook

รวบรวมจากหลายทัศนะ

ขั้นตอนการวางแผนการเขียนหนังสือสำหรับเด็ก
1.  สำรวจแรงบันดาลใจในการเขียน
2.  ศึกษาลักษณะหนังสือสำหรับเด็ก
3.  กำหนดองค์ประกอบในการเขียน
     3.1)  กำหนดประเภทของหนังสือ
     3.2)  กำหนดผู้อ่าน
     3.3)  กำหนดหัวข้อเรื่อง/เนื้อหา
     3.4)  ศึกษาข้อมูลของหัวข้อเรื่องหรือเนื้อหา
     3.5)  วางจุดประสงค์  หรือแก่เรื่อง  หรือแนวคิดหลักของเรื่อง
     3.6)  วางโครงสร้าง  เนื้อหาหรือโครงเรื่อง  (plot)

การเขียนโครงเรื่องหนังสือบันเทิงคดี
(หนังสือส่งเสริมการอ่าน  นิทาน  นิยาย  เรื่องสั้นสำหรับเด็ก)
  • ตอนต้นเรื่อง  ได้แก่  เปิดฉาก  แนะนำตัวละคร  ปัญหาของตัวละคร
  • ตอนกลางเรื่อง  ได้แก่  ปัญหาของตัวละครส่งผลกระทบให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่อง  (เน้นแก่นเรื่อง)
  • ตอนปลายเรื่อง  ได้แก่  แก้ไขปัญหา  นำไปสู่ตอนจบอย่างสร้างสรรค์  มีจุดสะเทือนใจ/  จุดตื่นเต้น  โดยเน้นเหตุการณ์ที่เคลื่อนไหว
ที่มา :
กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ. (2542).  เทคนิคการเขียนหนังสือสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

อื่น ๆ ที่น่าเกี่ยวข้อง
  • สรุปลักษณะของ Mini-book
  • เป็นสื่อที่มีกรอบเรื่อง เนื้อหา  ภาษาที่ใช้ ขนาดตัวอักษรมีความเหมาะสม ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม
  • เล่มเล็ก ง่ายในการอ่าน การเก็บ การทำ สะดวกพกพา
  • เป็นสื่อที่ผู้สอนควรสร้างและส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างเพื่อฝึกทักษะทาง ภาษาคือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ทำให้เกิดจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถบูรณาการได้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้


ว่าด้วย Mini-book

ว่าด้วย Labbook

ว่าด้วย Notebook

อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บต่างประเทศ
Mini-Book
 Labbook
Notebook
ครูบ๋อมบันทึกส่งท้าย
           การนำ Mini-book หลาย ๆ เล่ม ที่มีเนื้อหาเดียวกัน มารวมกันเป็นโฟลเดอร์ขนาดใหญ่  จะถูกเรียกว่า   Lapbook  ซึ่งเป็นสื่อที่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยการศึกษาเนื้อหาความรู้แล้ว จึงลงมือปฏิบัติทำชิ้นงานด้วยตนเอง  จะทำให้เด็กเกิดความประทับใจ  นอกจากนี้  Mini-book  ยังสามารถนำไปใส่ไว้ใน  Notebooking  (สมุดบันทึก  หรือสมุดแบบฝึกหัด)  อีกด้วย
    • เมื่อหมดสิ้นลมหายใจเมื่อใด สิ่งที่คิดค้น เรียนรู้ มิอาจนำพาไปด้วยได้ ที่ทำได้คือ การบันทึก ถ่ายทอด แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ให้แด่ผู้ที่สนใจศึกษา เพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นนี้แล้ว คงไม่เกิดความสูญเปล่าทางความคิด
    • ถ้าเห็นตัวเลขที่น่าสงสัยในโปรแกรมที่ครูบ๋อมพัฒนาให้เดาได้เลยว่า นั่นคือรหัสลับ (ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายของข้อมูลนั่นเอง) อย่าลืมเปลี่ยนตามข้อมูลของท่านน่ะคะ ไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ สามารถฝากข้อความถามได้นะค่ะ

    หมวดหมู่ (จำนวนเรื่อง)

    เรียนคณิตศาสตร์ (40) สถิติและการวิจัย (38) โปรแกรมครูบ๋อม (35) Form/ข้อเสนอแนะ (31) เกี่ยวกับครูบ๋อม (24) ตรีโกณมิติ (22) วลี กลุ่มคำ แผนภาพ (19) โจทย์คณิตศาสตร์ (16) ยุทธวิธีการสอนของครูบ๋อม (15) การวัดและประเมินผล (13) ร่วมรณรงค์/เทศกาล (12) ความคิดเห็นของครูบ๋อม (11) ฝากเผยแพร่บทคัดย่องานวิจัย (11) วิทยฐานะและการประเมิน (11) เทคโนโลยีและนวัตกรรม (11) ฟังก์ชันลอการิทึม (9) ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล (9) สิ่งที่น่าสนใจ (9) การประเมินภายในและภายนอก (8) ปพ.5 (.xlsx) (7) แผนการจัดการเรียนรู้ (4) จำนวนเชิงซ้อน (3) ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/วัตถุประสงค์ (3) การจัดหมู่ (2) พหุนาม (2) STAD (1) การสร้าง (1) การเรียงสับเปลี่ยน (1) ความน่าจะเป็น (1) จำนวนจริง (1) ทศนิยม (1) บันทึกข้อความ (1) ฝากข้อควา่มย้ายสับเปลี่ยน (1) ลอการิทึม (1) เรื่องเล่าจากโรงเรียนห่างไกล (1) เลขยกกำลัง (1) เวกเตอร์ (1) เศษส่วน (1) เอกซ์โพเนนเชียล (1)

    จัด 10 อันดับแรก เรื่องที่ได้รับความนิยมใน 7 วันที่ผ่านมา

    5 เรื่องเล่าล่าสุด